บวบผัดไข่ใส่กุ้ง

เครื่องปรุง
บวบเหลี่ยม 500 กรัม
กุ้งสด 200 กรัม
ไข่ไก่ 2 ฟอง
กระเทียมกลีบใหญ่ 3 กลีบ
น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ้วขาว (หรือน้ำปลา) 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา
น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1. นำบวบมาปลอกเปลือกออก ล้างน้ำให้สะอาดแล้วนำมาหั่นเป็นชิ้นเฉียงๆ พักไว้
วิธีทำบวบผัดไข่ใส่กุ้ง 1 ปลอกเปลือกบวบ ล้างน้ำให้สะอาดแล้วหั่นเป็นชิ้นเฉียงๆ

2. ปลอกเปลือกกระเทียม นำไปล้างน้ำให้สะอาดแล้วสับให้ละเอียด จากนั้นปลอกเปลือกกุ้ง ผ่าหลังและชักเส้นดำออก เตรียมไว้
วิธีทำบวบผัดไข่ใส่กุ้ง 2 สับกระเทียมให้ละเอียด จากนั้นปลอกเปลือกกุ้ง ผ่าหลังและชักเส้นดำออก

3. นำบวบที่หั่นไว้ ปิดฝา เข้าไมโครเวฟที่ไฟ High ประมาณ 2 นาที ให้บวบเริ่มนิ่ม
วิธีทำบวบผัดไข่ใส่กุ้ง 3 นำบวบเข้าไมโครเวฟประมาณ 2 นาที

4. เปิดเตาที่ไฟปานกลาง ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันลงไป พอน้ำมันเริ่มร้อนจึงใส่กระเทียมสับลงไปผัดจนเริ่มหอมก็ใส่กุ้งลงไป
วิธีทำบวบผัดไข่ใส่กุ้ง 4 ตั้งกระทะ รอจนน้ำมันเริ่มร้อนจึงใส่กระเทียมสับลงไป ผัดจนเริ่มหอมก็ใส่กุ้งลงไป

5. ผัดไปเรื่อยๆ จนกุ้งเริ่มสุกจึงใส่บวบลงไป แล้วปรุงรสด้วยเครื่องปรุงต่างๆ ได้แก่ น้ำมันหอย ซีอิ้วขาว (หรือน้ำปลา) และน้ำตาลทราย
วิธีทำบวบผัดไข่ใส่กุ้ง 5 ผัดไปเรื่อยๆ จนกุ้งเริ่มสุกจึงใส่บวบลงไป แล้วปรุงรสด้วยเครื่องปรุงต่างๆ

6. ผัดให้เครื่องปรุงทั้งหมดเข้ากัน จากนั้น ทำหลุมตรงกลางกระทะ ตอกไข่ลงไปแล้วยีให้แตก
วิธีทำบวบผัดไข่ใส่กุ้ง 6 ผัดให้เข้ากัน จากนั้น ทำหลุมตรงกลางกระทะ ตอกไข่ลงไปแล้วยีให้แตก

7. รอซักพักจนไข่เริ่มสุกจึงนำเครื่องที่อยู่รอบๆ มากลบ เมื่อไข่สุกดีแล้วจึงผัดให้เข้ากัน ปิดเตาและยกลงได้
วิธีทำบวบผัดไข่ใส่กุ้ง 7 เมื่อไข่สุกดีแล้วจึงผัดให้เข้ากัน จากนั้น ปิดเตาและยกลงได้

8. ตักผัดบวบใส่จาน จากนั้นก็ยกเสิร์ฟได้เลยค่ะ

ตักผัดบวบใส่จาน จากนั้นก็ยกเสิร์ฟได้เลยค่ะ

ต้มจืดมะระยัดไส้หมูสับตุ๋นเห็ดหอม

เครื่องปรุง

มะระ 2 ลูก
หมูสับปรุงรส 200 กรัม
เห็ดหอมแห้ง 3 ดอก
ซุปไก่ก้อน ½ ก้อน
ซีอิ้วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันหอย 1 ช้อนชา
น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา
น้ำเปล่า 4 ถ้วย
เครื่องปรุงหมูสับปรุงรส

หมูสับ 200 กรัม
น้ำมันหอย 1 ช้อนชา
ซีอิ้วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
ซอสปรุงรส 1 ช้อนชา
น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
พริกไทยป่น 1 ช้อนชา
วิธีทำ

1. นำหมูสับมาผสมกับเครื่องปรุงต่างๆ คือน้ำมันหอย ซีอิ้วขาว ซอสปรุงรส น้ำตาลทราย และพริกไทยป่น คลุกเคล้าเครื่องปรุงให้เข้ากับหมูสับ พักไว้

2. นำเห็ดหอมแห้งมาล้างฝุ่นผงออก นำไปแช่น้ำประมาณ 2 ถ้วยประมาณ 30 นาทีหรือจนเห็ดหอมนิ่ม เมื่อเห็ดหอมนิ่มได้ที่แล้วให้บีบน้ำออก (อย่าทิ้งน้ำแช่เห็ดนะคะ) ตัดก้านส่วนที่แข็งออกแล้วหั่นเป็นชิ้นขนาดพอคำ

3. นำมะระไปล้างน้ำให้สะอาด สะเด็ดน้ำ ตัดหัว ตัดท้าย แล้วหั่นเป็นท่อนๆและประมาณ 2 นิ้ว ใช้ปลายช้อนควักไส้ออกให้หมด

4. นำเกลือป่นมาโรยให้ทั่วชิ้นมะระ พักไว้ประมาณ 30 นาทีให้น้ำมะระออกมา (มะระจะได้ไม่ขม)  แล้วนำมะระไปล้างน้ำให้สะอาด จากนั้นจึงนำหมูสับที่ปรุงรสไว้มายัดไส้มะระ ใช้ไม้จิ้มฟันเสียบตรงกลางมะระเพื่อไม่ให้หมูหลุด

5. เปิดเตาที่ไฟปานกลางค่อนข้างแรง ใส่น้ำเปล่าลงไปในหม้อ ใส่ซุปไก่ก้อนลงไป พอน้ำเดือดแล้วให้นำมะระที่เตรียมไว้ เห็ดหอมที่หั่นไว้และน้ำแช่เห็ดหอมใส่ลงไป

6. ปรุงรสด้วยซีอิ้วขาว ซอสปรุงรส น้ำมันหอย และน้ำตาลทราย รอจนน้ำเดือดอีกครั้งจึงลดไฟลงเหลือไฟอ่อน เคี่ยวไปเรื่อยๆ ประมาณ 6 ชั่วโมงหรือจนมะระนิ่ม (ระหว่างเคี่ยวถ้าน้ำงวดลงไปก็ให้เติมน้ำเปล่าเและปรุงรสด้วยเครื่องปรุงเพิ่มได้นะคะ)

7. เมื่อเคี่ยวจนมะระนิ่มได้ที่แล้วจึงปิดเตา ตักใส่ถ้วย ดึงไม้จิ้มฟันที่เสียบไว้ออก จากนั้นก็ยกเสิร์ฟได้เลย

ข้าวแกงกะหรี่หมูทอด

ปัจจุบันมีร้านอาหารญี่ปุ่นมากมายในประเทศไทย โดยอาหารญี่ปุ่นที่หลายคนรู้จักเป็นอย่างดีก็คือ “แกงกะหรี่หมูทอด” ดังนั้นวันนี้เราจึงนำเสนอสูตรเด็ดเคล็ดลับของเมนูนี้ให้ลองทำกัน

ส่วนประกอบ

  • เนื้อหมูสันในหั่นเป็นชิ้นหนา ½ นิ้ว 3 ชิ้น
  • ไข่ไก่ 1 ฟอง
  • เกล็ดขนมปัง 2 ถ้วย
  • กระเทียมโขลกละเอียด 2 ช้อนชา
  • แป้งสาลี ½ ถ้วย
  • ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
  • คนอร์อร่อยชัวร์ 2 ช้อนชา
  • มายองเนส หรือน้ำจิ้มหมูทอดทงคัตสึแบบญี่ปุ่น
  • ส่วนประกอบแกงกะหรี่ญี่ปุ่น
  • สะโพกหมูหั่นชิ้นพอดีคำ ½ ถ้วยตวง
  • แครอทหั่นเต๋า 1 หัว ประมาณ 1 ถ้วยตวง
  • มันฝรั่งหั่นเต๋า 1 หัว ประมาณ 1 ถ้วยตวง
  • หัวหอมหั่นเต๋า 1 หัว ประมาณ ½ ถ้วยตวง
  • เครื่องแกงกะหรี่สำเร็จรูป 1 ห่อเล็ก
  • เนยเค็ม 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำเปล่า 3 ถ้วยตวง

วิธีทำ

  • เตรียมหมูโดยใช้ค้อนทุบเนื้อหมูให้เป็น ชิ้นบางๆ ให้พอนุ่ม โดยใช้ส้อมจิ้มเนื้อหมูให้เป็นรูเพื่อเครื่องปรุงจะได้เข้าเนื้อ คลุกเนื้อหมูเข้ากับซีอิ๊วขาว คนอร์อร่อยชัวร์ และกระเทียมโขลก หมักไว้สัก 20 นาที
  • ใส่แป้งสาลีลงในจาน แล้วนำหมูที่หมักเสร็จมาคลุก ให้แป้งติดหมูทั่วทั้งชิ้น ตอกไข่ใส่ถ้วย ตีให้เข้ากันแล้วจุ่มเนื้อหมูลงไป จากนั้นใส่เกล็ดขนมปังในจานอีกใบ แล้วจึงนำหมูที่พึ่งจุ่มไข่ใส่ลงไปคลุกอีกครั้ง หยิบหมูออกมา แล้วนำไปแช่ตู้เย็นสัก1-2 ชั่วโมง จะช่วยทำให้แป้งติดหมูดียิ่งขึ้น
  • ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลางพอร้อน ใส่เนื้อหมูลงทอดให้เหลืองกรอบ
  • ทำน้ำแกงกะหรี่ญี่ปุ่นโดยนำเนยใส่กระทะหรือหม้อตั้งไฟ คนให้ละลาย ใส่หมูลงผัดพอสุก ใส่หอมใหญ่ แครอท และมันฝรั่งลงผัดให้เข้ากัน
  • เติมน้ำลงในหม้อ ต้มสักครู่ให้ส่วนผสมทั้งหมดสุกเท่ากัน ใส่ก้อนแกงกระหรี่ญี่ปุ่นลงไป คนให้ละลาย จากนั้นเคี่ยวไฟอ่อนหมั่นคนไม่ให้ส่วนผสมติดก้นหม้อ เคี่ยวประมาณ 30 นาที เพื่อให้ส่วนผสมทั้งหมดเปื่อย เสิร์ฟพร้อมกับหมูทอด

หมูฮ้องอาหารพื้นเมืองของชาวภูเก็ต

หมูฮ้อง อาหารพื้นเมืองของชาวภูเก็ตชนิดหนึ่ง หมูฮ้องมีลักษณะคล้ายๆ หมูพะโล้กับหมูซีอิ๊ว แต่ว่าจะไม่ใส่ผงพะโล้ คนภูเก็ตจะกินหมูฮ้องกับ น้ำพริกกุ้งสด เห็นคุณ อาร์ทเอาแกงเหลือง อาหารใต้มาให้ดู เลยนึกอยากทำเมนูประจำท้องถิ่นของชาวภูเก็ตมาให้ดูกันบ้าง

ส่วนผสมและสัดส่วน
1.หมูสามชั้น ½ ก.ก.

2.รากผักชี 3 ราก

3.หัวหอมแดง 3 หัว

4.พริกไทย(ดำ) 1 ช้อนชา

5.ซีอิ๊วดำหวาน 2 ช้อนโต๊ะ

6.ซีอิ๊วขาว 5 ช้อนโต๊ะ

7.วิสกี้หรือเหล้าจีน 1 ฝา

8น้ำ 1 ถ้วย

น้ำตาลปี๊บเล็กน้อย

วิธีปรุง

1.หั่นเนื้อหมูเป็นชิ้นสี่เหลี่ยม

2.เอารากผักชี หอมแดง พริกไทยดำ โขลกให้ละเอียด

3.คลุกเคล้ากับเครื่องปรุงต่างๆให้เข้ากันหมักทิ้งไว้ประมาณ 2-3 ช.ม.

4.จากนั้นเติมน้ำและวิสกี้หรือเหล้าลงไป แล้วนำขึ้นตั้งไฟปานกลางเคี่ยวต่อประมาณ 1ช.ม.

ข้าวผัดตะไคร้

ส่วนผสม
ข้าวสวย 10 ทัพพี
ตะไคร้ 5 ต้น
พริกขี้หนูสวน 15 เม็ด
กระเทียม 4-5 กลีบ
หอมแดง 3-4 หัว
กะปิ 1 ช้อนชา
ขมิ้น 1 แง่ง
กุ้งแห้งป่น 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันพืช
เกลือ น้ำปลา มะนาว ผักแกล้ม เช่น แตกกวา ถั่วฝักยา มะเขือเปราะ

วิธีทำ
– ตะไคร้ซอยละเอียด กระเทียม หอมแดง กะปิ ขมิ้น เกลือนิดหน่อย โขลกให้ละเอียด
– เอาน้ำมันใส่กระทะตั้งไฟ ผัดเครื่องแกง กับตะไคร้ซอย กุ้งแห้งป่น จากนั้นจึงเอาข้าวลงผัด ปรุงรสด้วยน้ำปลา สำหรับมะนาวมีไว้ให้เติมทีหลัง กินแกล้มกับกุ้งเผา หรือปลาย่าง และผักสด

หมายเหตุ : ตะไคร้เป็นสมุนไพรเจริญธาตุไฟเช่นเดียวกัน กินแล้วให้ความอบอุ่น แก้เบื่ออาหาร มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ เหมาะสำหรับเวลาอากาศเปลี่ยนจากร้อนเป็นเย็น ตะไคร้เป็นสมุนไพรที่ไม่ร้อนเกินไป

สูตรเด็ด!!! สมุนไพรไทย…แก้โรคภูมิแพ้และหอบหืด

สูตรเด็ด!!! สมุนไพรไทย…แก้โรคภูมิแพ้และหอบหืด

ในช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงทุกวัน สำหรับคนที่เป็นโรคหอบ หืดและภูมิแพ้ พอเวลาอากาศเย็นๆอาการมักจะกำเริบ จึงขอแนะนำตำรับยาจากแดนภารตะ สำหรับคนที่ป่วยเป็นอาการเหล่านี้

สมุนไพร ประกอบด้วย ขิงแก่ หัวหอมแดง กระเทียม มะนาว และน้ำผึ้ง

วิธีทำ เริ่มจากนำเหง้าขิงมาปอกล้างให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วตำคั้นเอาแต่น้ำ หัวหอมและกระเทียม ก็ทำแบบเดียวกัน ใช้น้ำคั้นจากขิงและหอมแดงอย่างละ 2 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำคั้นกระเทียม 1 ช้อนชา น้ำมะนาว 1 ช้อนชา แล้วเติมน้ำผึ้งพอหวาน
เป็นอันสำเร็จเสร็จสิ้นตรงตามตำรา

วิธีใช้ ให้จิบกินยาที่ปรุงนี้วันละ 3 เวลา คือหลังอาหารเช้า เย็น และก่อนนอน ช่วงที่อากาศเย็นหรือมีอาการหอบหืดกำเริบมาก อาจใช้วิธีจิบกินบ่อยๆ ก็ได้

ขิง หอม กระเทียม มีรสเผ็ดร้อน มีสรรพคุณย่อยสลายส่วนเกินที่ตกค้างในร่างกายและช่วยขยายทางเดินหายใจทำให้ หายใจได้สะดวกขึ้น มะนาวนั้นช่วยลดและกัดเสมหะ ส่วนน้ำผึ้งมีคุณสมบัติซึมซาบช่วยพาตัวยาเข้าไปยังบริเวณร่างกายที่มีปัญหา

ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.thaihof.org/main/article/detail/2191
@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

สมุนไพรไทยแก้โรคภูมิแพ้และหอบหืดได้ผลดีนัก

ช่วงอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย จึงทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน เพราะในวันหนึ่งๆ มีทั้งอากาศหนาว,ร้อน,ฝนตก
ทำให้เป็นภูมิแพ้ บางท่านเป็นหนักก็จะมีอาการหอบหืด
ดิฉันมีสูตรยาสมุนไพรมาฝาก (ได้ลองกับตัวเองแล้ว)
ได้ผลดีมากๆ เพราะเวลาเป็นทรมานมากๆ จะหายใจลำบาก เวลานอนก็นอนไม่ได้เพราะหายใจไม่สะดวก
สมุนไพรที่ใช้มีดังนี้
1. หอมแดง 1 หัว (ขนาดเท่าหัวแม่มือผู้ป่วย)
2. กระเทียม (ขนาดเท่าหัวแม่มือผู้ป่วย)
3. ขิง เหมือนกับข้อ1-2
4. มะนาว 3-4 ลูก
5. น้ำผึ้ง 2-3 ช้อนโต๊ะ
หอมแดง, กระเทียม, ขิง ที่เอาเปลือกออกแล้ว โขลกรวมกัน
(ถ้ามีเครื่องปั่นก็ใช้วิธีปั่น)ให้ละเอียด
มะนาวบีบเอาน้ำ นำมาผสมรวมกันกับหอมแดง กระเทียม ขิง และน้ำผึ้ง
ป.ล. ควรทำทีละมากๆหน่อย กะปริมาณเพราะสูตรข้างบนนี้เฉพาะดื่มครั้งเดียว ถ้าทำมากเก็บแช่ตู้เย็นไว้ดื่มทุกวันดื่มเวลาไหนก็ได้วันละกี่ครั้งก็ได้ เพราะสมุนไพรมีแต่ประโยชน์ไม่มีโทษ
ตอนแรกดิฉันดื่มได้ประมาณ 1 เดือน อาการดีขึ้นมาก จากที่ต้องกินยา พ่นยา เดี๋ยวนี้ไม่ต้องใช้ยาแล้ว
ถึงจะหายถ้านึกได้ก็จะดื่มเสมอๆ

สูตรการทำจับฉ่ายกวางตุ้ง

ส่วนผสม

  1. เห็ดหอม (ตัดโคนทิ้งแล้วแช่น้ำไว้ให้นุ่ม) 150 กรัม
  2. แครอท 2300 กรัม
  3. หอยนางรม (แช่น้ำจนนิ่ม) 100 กรัม
  4. กระเทียบ (สับละเอียด) 1 หัว
  5. กะหล่ำปลี (หั่นชิ้นใหญ่ๆ) 1 หัว
  6. แปะก๊วย (หรือจะใช้เกาลัดคั่วใหม่ๆ แทนก็ได้) 1 ช้อนโต๊ะ
  7. ฟองเต้าหู้ (แช่น้ำให้นิ่มแล้วหั่นเป็นท่อน) 100 กรัม
  8. เต้าหู้ (ทอดใหม่ๆ) 100 กรัม
  9. เต้าหู้ยี้ 70 กรัม
  10. น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ
  11. น้ำเปล่า 1 ลิตร
  12. ขิงแก่ฝาน 2–3 แว่น
  13. น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  1. ตั้งกระทะใส่น้ำมัน เจียวกระเทียมและขิงแก่ จนมีกลิ่นหอม
  2. ใส่เต้าหู้ยี้ลงไปผัดให้เข้ากัน ตามด้วยกะหล่ำปลี แครอท ผัดพอเข้ากัน ใส่น้ำเปล่า เคี่ยวต่อจนเดือดจึงตักใส่หม้อตั้งไฟต่อไป
  3. ใส่เห็ดหอม หอยนางรม แปะก๊วย ฟองเต้าหู้ เต้าหู้ทอด ปรุงรสด้วยน้ำมันหอยและน้ำตาลทราย ปิดฝาหม้อ เคี่ยวด้วยไฟอ่อนประมาณ 3–4 ชั่วโมง ให้ผักสุกนุ่มตามต้องการ ตักใส่ชามเสิร์ฟร้อนๆ

เส้นใหญ่ผัดขี้เมา

เครื่องปรุง
เนื้อหมูสไลด์ 500 กรัม
ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ 1 ห่อ (907 กรัม)
ผักคะน้า 300 กรัม
กระเทียมกลีบใหญ่ 6 กลีบ
พริกสด 6 เม็ด
ซีอิ้วขาว (หรือน้ำปลา) 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันหอย 3 ช้อนโต๊ะ
ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ้วดำ 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1. เอาก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ใส่จาน นำเข้าไมโครเวฟประมาณ 3 นาที แล้วนำมายีให้เส้นแยกออกจากกัน
วิธีทำเส้นใหญ่ผัดขี้เมา 1 นำก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่เข้าไมโครเวฟประมาณ 3 นาที แล้วนำมายีให้เส้นแยกจากกัน

2. ปลอกเปลือกกระเทียม เด็ดขั้วพริก นำไปล้างน้ำให้สะอาด สะเด็ดน้ำแล้วหั่นกระเทียมและพริกให้เป็นชิ้นเล็กๆ นำไปโขลกให้แหลกพอประมาณแล้วพักไว้
วิธีทำเส้นใหญ่ผัดขี้เมา 2 นำกระเทียมและพริกมาโขลกให้แหลกพอประมาณแล้วพักไว้

3. นำผักคะน้าไปล้างน้ำให้สะอาด หั่นใบที่แก่ออก ปลอกเปลือกก้าน แล้วหั่นใบเป็นท่อนๆ ส่วนก้านนำมาหั่นเฉียงๆ บางๆ จากนั้นนำหมูสไลด์มาหั่นให้เป็นชิ้นพอดีคำ
วิธีทำเส้นใหญ่ผัดขี้เมา 3 หั่นผักคะน้าและหมูสไลด์ให้เป็นชิ้นขนาดพอดีคำ

4. เปิดเตาที่ไฟปานกลาง ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันลงไป รอจนน้ำมันร้อนก็ใส่กระเทียมและพริกที่โขลกไว้ลงไปผัดจนหอมจึงใส่หมูสไลด์ ผัดไปเรื่อยๆ จนหมูเกือบสุก
วิธีทำเส้นใหญ่ผัดขี้เมา 4 เจียวกระเทียมและพริกที่โขลกไว้จนหอม ใส่หมูสไลด์ ผัดไปเรื่อยๆ จนหมูเกือบสุก

5. ปรุงรสด้วยเครื่องปรุงต่างๆ คือ น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ ซีอิ้วขาว (หรือน้ำปลา) ซอสปรุงรส และน้ำตาลทราย ผัดให้เข้ากันจนหมูสุก แล้วจึงนำเส้นใหญ่ที่ยีไว้ใส่ลงไป
วิธีทำเส้นใหญ่ผัดขี้เมา 5 ปรุงรสด้วยน้ำมันหอย ซีอิ้วขาว ซอสปรุงรส และน้ำตาลทราย ผัดให้เข้ากันจนหมูสุก จึงใส่เส้นใหญ่ที่ยีไว้ลงไป

6. ใส่ซีอิ้วดำ ผัดให้ทั่วแล้ว จากนั้นจึงใส่ผักคะน้าและเติมน้ำมันหอยลงไปอีก 1 ช้อนโต๊ะ ผัดให้เข้ากันจนผักเริ่มสลดก็ปิดเตาและยกลงได้
วิธีทำเส้นใหญ่ผัดขี้เมา 6 ใส่ซีอิ้วดำ ผัดให้ทั่ว จากนั้นจึงใส่ผักคะน้าและเติมน้ำมันหอยลงไปอีก 1 ช้อนโต๊ะ ผัดให้เข้ากันจนผักเริ่มสลดก็ปิดเตาได้

7. ตักใส่จาน จากนั้นก็ยกเสิร์ฟได้เลยค่ะ

ตักใส่จาน จากนั้นก็ยกเสิร์ฟได้เลยค่ะ

อร่อยแบบไทยเราดอกกะหล่ำอบเครื่องเทศและชีส

ยังคงเป็นที่นิยมกันอย่างต่อเนื่องเลยนะคะกับ กระแสการกินอาหารคลีนเพื่อ สุขภาพ ใน โลกโซเซียลมีเดียตอนนี้ ก็มีคนแห่แชร์สูตรอาหารคลีน และรูปภาพอาหารคลีนกันให้เห็นอยู่บ่อย ๆ ก็แหม ! เดี๋ยวนี้คนหันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้นกว่าเดิม ก็เลยทำอาหารกินเองกันมากขึ้น ไหนจะอาหารคลีนที่เอามาแชร์กันแต่ละสูตร ก็น่ากินซะจนอยากจะลองทำตาม สูตรอาหารคลีนก็เลยผุดขึ้นมาราวกับดอกเห็ด การกินอาหารคลีนสมัยนี้ก็เลยไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปแล้ว

ดอกกะหล่ำอบเครื่องเทศและชีส

อีกหนึ่งเมนูจากดอกกะหล่ำที่สามารถนำมาทำเป็นของว่างได้ง่ายมาก ๆ กรอบ อร่อย มีประโยชน์ แถมเมนูดอกกะหล่ำจานนี้ยังมีแคลอรี่ต่ำอีกด้วยนะจ๊ะ

ส่วนผสม

 ดอกกะหล่ำ หั่นเป็นดอกเล็ก ๆ 1 หัว

 น้ำมันมะกอก

 เกลือโคเชอร์ หรือเกลือป่น

 พริกไทยดำ

 ผงหัวหอมป่น

 ผงกระเทียมป่น

 พาร์มีซานชีส

วิธีทำ

ใส่ ดอกกะหล่ำลงในถาดสำหรับอบ จากนั้นโรยส่วนผสมที่เหลือทั้งหมดลงไปยกเว้น พาร์มีซานชีส จากนั้นก็นำไปอบที่อุณหภูมิ 425 องศาฟาเรนไฮท์ ประมาณ 20 นาที นำออกจากเตา แล้วโรยพาร์มีซานชีสอบต่ออีกประมาณ 10 นาที นำออกจากเตา พร้อมเสิร์ฟ

สเต็กญี่ปุ่นสไตล์เทปันยากิ (Saikoro Steak サイコロステーキ)

สเต็กญี่ปุ่นสไตล์เทปันยากิ(Saikoro Steak サイコロステーキ) เมนูสุดฮิตของร้านบุฟเฟ่ต์ เป็นอาหารที่ทำง่าย ใช้เวลาไม่นาน ใช้เครื่องปรุงไม่มาก เด็กๆ ก็ชอบ เมนูนี้ต๊ะกับซาดาโอะชอบสั่งเวลาไปร้านบุฟเฟต์อาหารญี่ปุ่น หรือร้านเทปันยากิในกรุงเทพ (ก็เกือบสิบปีแล้วนะ) ตอนนี้ต๊ะไม่ค่อยมีโอกาสไปกินอาหารบุฟเฟ่ต์เท่าไหร่ (เว้นเสียแต่เป็นงานแต่งงาน หรืออาหารเช้าในโรงแรม)  นอกจากเวลา และงบในกระเป๋าจะไม่อำนวยแล้ว พุงที่พุ่งไปถึงเกาหลีก็ทำให้ต๊ะกับซาดาโอะ และอาหารบุฟเฟ่ต์กลายเป็นแค่คนเคยสนิทไปแล้วล่ะค่ะ
ช่วงนี้ถ้าอยากกินสเต็กก็ต้องทำกินเอง แต่ด้วยความที่เป็นอาหารที่ทำง่าย เมนูนี้ต๊ะก็ทำบ่อยเหมือนกันค่ะ เพราะชอบกินเนื่้อ ใครไม่ชอบกินเนื้อจะใช้หมู เนื้อแกะ เนื้อแพะ หรือเต้าหู้ก็ได้ค่ะ แต่ส่วนตัวแล้วต๊ะคิดว่าเนื้อวัวเนียล่ะ สุดยอดแล้ว
Saikoro Steak サイコロステーキ ในภาษาญี่ปุ่นหมายถึงสเต็กลูกเต๋า มีที่มาจากหน้าตาของสเต็กที่เป็นสี่เหลี่ยม และมีขนาดเท่าๆ กับลูกเต๋านั่นเองค่ะ สเต็กสูตรนี้ไม่ต้องหมัก และไม่ต้องนวด แค่หั่นเนื้อเป็นลูกเต๋า แล้งปรุงรสด้วยเกลือพรืกไทย เอาไปย่างกระทะ แค่นี้เราก็ได้สเต็กเนื้อนุ่มๆ หอมเนย กระเทียม ไว้ทานกับครอบครัวแล้วล่ะค่ะ
คนญี่ปุ่นส่วนมากจะนิยมกินสเต็กกับข้าว ต๊ะไม่ใช่คนญี่ปุ่นแต่ก็กินกับข้าวเหมือนกัน เพราะเนื้อมันแพงกว่าจะกินอิ่มสงสัยต้องกินเป็นกิโล ซอสที่ใช้กินกับสเต็กเป็นซอสพอนสึ ทำจากซีอิ้วญี่ปุ่น ใส่มิริน ใส่นํ้าเลมอน รสชาติเค็มเปรี้ยว ถ้าไม่มีและไม่อยากทำ จะใช้โชยุอย่างเดียว หรือโรยเกลือ พริกไทย ก็อร่อยแล้วล่ะค่ะ
เอาล่ะค่ะตามมาดูสูตรสเต็กญี่ปุ่นสไตล์เทปันยากิ(Saikoro Steak サイコロステーキ) ที่ต๊ะทำกินกับซาดาโอะ และโคชิดีกว่า อร่อยนะคะ
ส่วนผสม

เนื้อวัว 200 กรัม
เกลือ และพริกไทยเล็กน้อย
กระเทียมจีน 3-4 กลีบ สไลด์บางๆ
นํ้ามัน 2 ช้อนโต๊ะ
เนย 1/2 ช้อนชาหัวไชเท้าขูดเล็กน้อย

(ซอสพอนสึ)
โชยุ 5 ช้อนโต๊ะ
Mizkan Rice Vinegar 2 ช้อนโต๊ะ
นํ้าเลมอน 1 ช้อนโต๊ะ
มิริน 1 ช้อนชา
ต้นหอมซอยนิดหน่อย
วิธีทำ
1. หั่นเนื้อเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าขนาดประมาณ 1 นิ้ว โรนเกลือ พริกไทยให้ทั่ว ถ้าใครตาดีจะเห็นว่าวันนี้ต๊ะไม่ได้ใช้เนื้อทำ ถูกต้องค่ะมันคือเศษเนื้อที่เอามาอัดเป็นก้อน ต๊ะไม่ได้อ่านฉลากดีๆ เห็นมันราคาถูกก็เลยรีบหยิบ กลับมาถึงบ้านถึงรู้ว่าพลาด ทำเสร็จออกมารสชาติแน่นอนว่าไม่เหมือนเอาเนื้อคุณภาพสูงมาทำ แต่ก็ยังอร่อย เสียแต่ว่ามันเยิ้มไปหน่อย
2. ตั้งกระทะใส่นํ้ามัน ใส่กระเทียมลงเจียวให้เหลือง ต๊ะหากระเทียมสดไม่ได้ ใส่กระเทียมแห้งก็เลยใส่เยอะหน่อย ถ้าใช้กระเทียมสดใส่ตามสูตรนะคะ
3. ตักกระเทียมออก ไม่ต้องทิ้งนํ้ามัน ใส่เนื้อลงไปย่าง แล้วตามด้วยเนยค่ะ
4. ย่างเนื้อพอสุก แล้วตักใส่จาน เสริ์ฟกับหัวไชเท้าขูด แล้วราดซอสพอนสึลงไป เวลาขูดหัวไชเท้าอย่าลืมบีบนํ้าออกด้วยนะคะ ลองทำกันดูค่ะ