ลาบปลากระป๋องผักสด

 เมนูลดความอ้วนที่เรานำมาฝากวันนี้คงจะเป็นที่ถูกอกถูกใจใครหลาย ๆ คน เพราะสามารถทำได้ง่าย ๆ หยิบจับวัตถุดิบที่หลาย ๆ บ้านต้องมีติดเอาไว้อยู่แล้วอย่างปลากระป๋องมาทำเป็นลาบรสเด็ดจัดเป็นชิ้น พอดีคำกินกับผักเคียง กับเมนูลาบปลากระป๋อง จากร้านอาหารแนะนำในสระแก้ว กินคู่กับผักสด ๆ ควบคุมน้ำหนักได้ดีทีเดียว แถมมีประโยชน์ด้วยนะครับ ไปดูส่วนผสมและวิธีทำกันดีกว่า

สิ่งที่ต้องเตรียม

ปลาซาร์ดีนในซอสมะเขือเทศ 2 กระป๋อง
น้ำมะนาว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
พริกป่น 1/2 ช้อนชา
น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
หอมแดงซอย 3-5 หัว
ใบสะระแหน่ 15 ใบ
ผักชี 1 ต้น
ข้าวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ
ผักเคียง เช่น ผักสลัดคอส บัตเตอร์เฮด และผักสลัดสีเขียวอื่น ๆ

วิธีทำ

1. กรองแยกซอสมะเขือเทศออก เอาแต่เนื้อปลา จากนั้นตัดเนื้อปลาเป็นชิ้นพอคำ

2. เตรียมน้ำยำสำหรับลาบ โดยผสมน้ำปลา น้ำตาลทราย น้ำมะนาว และพริกป่น ให้ละลายเข้ากันในอ่างผสม

3. ผสมเนื้อปลาซาร์ดีนในซอสมะเขือเทศที่เตรียมไว้ลงในอ่างผสม คลุกให้เข้ากันดี ใส่หอมแดงซอย ผักชี ใบสะระแหน่ และข้าวคั่วคลุกเบา ๆ แค่พอเข้ากัน

4. เสิร์ฟพร้อมกับผักเคียง โดยจัดเป็นคำ ๆ เสิร์ฟ

ลูกพรุน

ผักผลไม้

ลูกพรุน 

    ลูกพรุนเป็นแหล่งที่ดีของโปแตสเซียม เหล็กและไฟเบอร์ที่สำคัญพรุนช่วยทำให้ผิวพรรณมีเลือดฝาด ผู้หญิงเราเมื่อผ่านช่วงสดใสของชีวิต คือวัยยี่สิบห้า ร่างกายก็จะเริ่มเสื่อมโทรม ไขมันเริ่มเข้าสะสมตามทีต่างๆ มากมาย ใบหน้าที่เคยอวบอิ่มด้วยเลือดฝาดก็เริ่มหมองคล้ำ ผิวพรรณจะเป็นสีชมพู-ระเรื่อหรือซีดโทรม เกิดได้หลายสาเหต เช่นผิวมีความหนามากขึ้นตามวัยจนมองไม่เห็น เลือดฝาด หรือเลือดไม่มีให้ฝาดคือเป็นโรคโลหิตจางนั่นเอง พรุนเป็นแหล่งธาตุเหล็กที่ดี พรุนแห้งหนึ่งขีดมีธาตุเหล็ก 2.78 มิลลิกรัมและมีวิตามินซี ซึ่งช่วยในการดูดซึมธาตุต่างๆ เข้าสู่ร่างกาย ดังนั้นหากคุณผู้หญิงอยากมีร่างกายแข็งแรง สมบูรณ์ริมฝีปากแดงสดเหมือนสตรอเบอรี่ แก้มแดงใสเหมือนลูกเชอรี่โดยไม่ต้องใช้เครื่องสำอางดูเป็นคนที่มีสุขภาพดี สมบูรณ์ด้วยเลือดฝาดลองรับประทานลูกพรุนสดๆ หรือลูกพลัมดูสิค่ะไม่เลวเลยทีเดียว

ลาบปลาหมึก

ส่วนผสม
หมึกสด 800 กรัม
น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะนาว 3 1/2 ช้อนโต๊ะ
ข้าวคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ
พริกป่น 2 ช้อนชา
ผักชี+ต้นหอมซอย 2 ช้อนโต๊ะ
ผักชีฝรั่งซอย 2 ช้อนโต๊ะ
สะระแหน่ (สำหรับแต่งหน้า)

วิธีทำ

ล้างทำความสะอาดหมึกให้เรียบร้อย แล้วหั่นเป็นชิ้นใหญ่ เตรียมไว้ให้พร้อม จากนั้นนำหม้อใส่น้ำเปล่า ตั้งไฟจนเดือดพล่าน ใส่หมึกลงไปลวกแค่พอสุก ตักขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ แล้วนำมาใส่ชามผสม ปรุงรสใส่น้ำปลา น้ำมะนาว ข้าวคั่ว และพริกป่นลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากัน ใส่ผักชี ต้นหอม และผักชีฝรั่ง คลุกเคล้าอีกครั้ง ก็ตักใส่จาน โรยหน้าด้วยใบสะระแหน่ให้หอมๆ กินเคียงกับผักสดก็ยิ่งเข้ากัน

ยำหมูย่าง

เครื่องปรุง
หมูย่าง 150 กรัม
หัวหอมแดง 1 หัว
มะเขือเทศ 1 ลูก
ต้นหอม 1 ต้น
ผักชี 2 ต้น
น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ้วขาว (น้ำปลา) 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
พริกผัด 2 ช้อนชา
พริกป่น ½ ช้อนชา
ข้าวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1. นำหมูย่างมาหั่นเป็นชิ้นขนาดพอคำ แล้วใส่ไว้ในชามผสม
วิธีทำยำหมูย่าง 1 นำหมูย่างมาหั่นเป็นชิ้นแล้วใส่ไว้ในชามผสม

2. ปลอกเปลือกหัวหอมแดง ตัดรากต้นหอมผักชีแล้วนำไปล้างน้ำให้สะอาด สะเด็ดน้ำแล้วนำหัวหอมแดงมาซอยบางๆ  ส่วนต้นหอมผักชีก็ซอยหยาบๆ พักไว้
วิธีทำยำหมูย่าง 2 นำหัวหอมแดงมาซอยบางๆ และซอยต้นหอมผักชีหยาบๆ พักไว้

3. นำมะเขือเทศไปล้างให้สะอาด ผ่าเป็นชิ้น ควักไส้ออกแล้วหั่นเป็นชิ้นลูกเต๋า
วิธีทำยำหมูย่าง 3 นำมะเขือเทศมาหั่นเป็นชิ้นลูกเต๋า

4. นำเครื่องปรุงต่างๆ คือ น้ำมะนาว พริกผัด ซีอิ้วขาว (น้ำปลา) น้ำตาลทราย พริกป่น และข้าวคั่วมาผสมรวมกันในถ้วยผสม คนให้เข้ากันแล้วชิมรสตามชอบ
วิธีทำยำหมูย่าง 4 ผสมน้ำยำและชิมรสตามชอบ

5. นำเครื่องที่เตรียมไว้ใส่ลงไปชามผสมที่มีหมูย่างอยู่ เทน้ำยำลงไปแล้วคลุกเคล้าให้เครื่องทุกอย่างเข้ากัน
วิธีทำยำหมูย่าง 5 นำเครื่องที่เตรียมไว้ใส่ลงไปในชามผสม เทน้ำยำลงไปแล้วคลุกเคล้าให้ทั่ว

6. ตักยำหมูย่างใส่จาน จากนั้นก็ยกเสิร์ฟได้เลยค่ะ

ตักยำหมูย่างใส่จานและยกเสิร์ฟได้

ปูผัดผงกะหรี่

ปูผัดผงกะหรี่ปูผัดผงกะหรี่เป็นเมนูอาหารไทยที่ขึ้นชื่อมาก แต่เนื่องจากปูที่มีราคาค่อนข้างสูง ทำให้อาหารจานนี้มักจะไม่ค่อยพบ ในร้านขายข้าวแกงทั่วไป แต่ตามภัตาคาร ร้านอาหารแล้ว เมนูปูผัดผงกะหรี่ มีให้บริการแทบทุกร้าน เมนูนี้เป็นที่ถูกใจของนักชิมทั้งหลาย เนื่องจากรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ หอมกลิ่นเครื่องเทศ และผงกะหรี่ เข้ากันได้ดีกับเนื้อปูสดๆ เหมาะอย่างยิ่งที่จะเสริฟกับข้าวร้อนๆ ในมื้ออาหาร

เครื่องปรุง + ส่วนผสม

* เนื้อปู 250 กรัม

* ไข่ไก่ 2 ฟอง (ตอกใส่ถ้วยและคนให้เข้ากัน)

* กระเทียมสับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ

* ผงกะหรี่ 1 ช้อนชา

* ซิอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ

* น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ

* ต้นหอม 2 ต้น (หั่นเป็นชิ้นยาวประมาณ 1 นิ้ว)

* หอมแดง 2 ช้อนโต๊ะ (หั่นเป็นชิ้นบางๆ)

* ขึ้นฉ่าย 100 กรัม (หั่นเป็นชิ้น)

* พริกชี้ฟ้า 3 เม็ด (หั่นเป็นชิ้นตามยาว)

* น้ำตาล 1 ช้อนชา

* น้ำซุป 2 ช้อนโต๊ะ (หรือน้ำเปล่า)

ผงกะหรี่

ปูผัดผงกะหรี่ วิธีทำทีละขั้นตอน

1. ใส่น้ำมัน ตั้งกระทะบนไฟปานกลาง ใส่กระเทียมและหอมใหญ่ลงไป ผัดจนกระทั่งกลิ่นหอม

2. เติมน้ำซุป (หรือน้ำเปล่า), ซิอิ๊ว, น้ำปลา และไข่ไก่ ผัดสักพัก (ประมาณ 20 วินาที) จึงใส่เนื้อปูตามลงไปในกระทะ.

3. ผัดเนื้อปูจนใกล้สุก (เนื้อปูสุกง่าย ใช้เวลาผัดไม่นาน) หลังจากนั้นใส่เครื่องปรุงและส่วนผสมที่เหลือทั้งหมดลงไปในกระทะ ผัดต่ออีก 30 วินาที จึงปิดไฟ

4. ตักใส่จาน แต่งหน้าด้วยผักชี เสริฟทันทีพร้อมข้าวสวยร้อนๆ

ข้าวผัดกุนเชียง

ส่วนผสม

กระเทียม

แครอท

ข้าวสวย

ไข่

ซีอิ๊วขาว

น้ำมันหอย

น้ำตาลทราย

วิธีทำข้าวผัดกุนเชียง

1. ตั้งกระทะให้ร้อนใส่น้ำมัน , นำกระเทียมลงไปผัดให้หอม ตามด้วยแครอทหั่นเต๋าผัดพอสุก

2. เมื่อแครอทสุกใส่กุนเชียง ผัดคลุกเคล้าให้กุนเชียงแห้งๆ สักหน่อย

3. ใส่ข้าวสวย ยีให้ข้าวแตกไม่จับเป็นก้อน ทำรูตรงกลาง ใส่ไข่ ยีให้ไข่แตก ผัดให้ส่วนผสมเข้ากัน

4. ปรุงรสด้วย ซีอิ๊วขาว น้ำมันหอย น้ำตาลทรายแดง และผัดทุกอย่างให้เข้ากันอีกครั้ง

5. ปิดไฟ โรยด้วยต้นหอม พร้อมจัดเสริ์ฟ

ยำปลากระป๋อง เสริมแคลเซียมคุณแม่ตั้งครรภ์ด้วยเมนูง่าย ๆ

 ยำปลากระป๋อง เสริมแคลเซียมคุณแม่ตั้งครรภ์ด้วยเมนูง่าย ๆ

สิ่งที่ต้องเตรียม

ปลากระป๋อง (สูตรที่ชอบ) 1 กระป๋อง

หอมแดงซอย 1 ช้อนโต๊ะ

ตะไคร้ซอย 1 ช้อนโต๊ะ

น้ำมะนาว สำหรับปรุงรส

น้ำปลา สำหรับปรุงรส

น้ำตาลทราย สำหรับปรุงรส

พริกขี้หนูซอย ปริมาณตามชอบ

ใบสะระแหน่ สำหรับแต่ง


วิธีทำ

1. ผสมน้ำมะนาว น้ำปลา น้ำตาลทราย และพริกลงในอ่างผสม คนผสมให้เข้ากัน

2. ใส่ปลากระป๋อง หอมแดง และตะไคร้ซอยลงเคล้าผสมให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ ตักใส่จาน แต่งด้วยใบสะระแหน่ให้สวยงาม พร้อมรับประทาน

อย่าง น้อย ๆ ยำปลากระป๋องจานนี้ก็ดีกว่าซื้ออาหารนอกบ้านมากินเองเป็นไหน ๆ ช่วยเสริมสร้างแคลเซียมได้ แถมทำง่ายมาก ๆ และอร่อยถูกปากคนทำด้วย

สูตรชาเย็น ชาชัก พร้อมทำขาย ได้กำไรเห็น ๆ

สูตรชาเย็น ชาชัก

  ชาเย็น ชาชัก สมัยนี้มีแต่ไร้กลิ่น รสไม่เข้มข้น นำมาชงเองก็ไม่ได้ดั่งใจ ลองมาดูสูตรชาเย็นนี้บอกเลยว่าดีมีเคล็ดลับเด็ด สามารถทำขายหาเงินเข้ากระเป๋าได้ด้วยสูตรชาเย็นอร่อย ๆ หาซื้อมาดื่มยากแล้วเนอะ บางทีไปเจอแบบใสแจ๋วเป็นน้ำล้างแก้วก็มี ไม่มีกลิ่นหอม ๆ ของชาเลยก็เยอะ วันนี้กระปุกดอทคอมเลยนำสูตรชาเย็นเข้มข้นแบบชาชัก ที่จะทำเก็บไว้กินก็ได้ หรือไว้ทำขายสร้างกำไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็เริด เพราะชาชักสูตรนี้ต้นทุนต่ำ ได้กำไรดีทีเดียว เป็นสูตรการทำชาเย็นมาจาก คุณวนเวียนที่สีเทา สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม แถมยังพ่วงมาด้วยแนวทางการสร้างรายได้แถมมาให้อีกในตอนท้ายอีกด้วย ใครที่สนใจอยากลองทำชาชัก ชาเย็นขายหารายได้พิเศษ ก็ลองมาดูกันเลยจ้า

สูตรชาเย็น ชาชัก

   [แชร์สูตร] สูตรชาเย็น แบบใส่ขวด ฉบับชาชัก ชาใต้ ไม่ต้องไปเรียนชงก็สร้างรายได้ได้ โดย คุณวนเวียนที่สีเทา สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม

วันนี้อลิซนำสูตรชาเย็น แบบบรรจุในขวด 1.5 ลิตร มาแชร์ให้เพื่อน ๆ ทุกคนที่สนใจ เรียกว่าเป็นการเปิดเผยสูตรแบบครบวงจร สูตรนี้ปกติทางร้านของอลิซเองได้ใช้ชงขายหน้าร้าน (ไม่ขอบอกนะจ๊ะว่าเปิดร้านอยู่ตรงไหน) และมีการชงบรรจุขวด 1.5 ลิตร แล้วก็ขายส่งกระจายไปยังร้านต่าง ๆ ให้คนรับไปขายต่อก็มี

ยอมรับเลยว่า ชาเย็นเป็นเครื่องดื่มยอดฮิต ทั้งชาวไทยและต่างชาติมาแต่ไหนแต่ไร ด้วยความกลมกล่อม หอม หวาน มัน ยิ่งรสชาติเข้มข้นด้วยแล้ว ผู้ได้ลิ้มลองครั้งแรกก็จะติดใจในรสชาติ อยากให้ทุกคนได้ลองชิมชาเย็นสูตรนี้ดูนะคะ รับรองไม่ผิดหวัง

 สิ่งที่ต้องเตรียม

สูตรชาเย็น ชาชัก

 วัตถุดิบหลัก

 ชาผงซีลอน  10 ช้อนชา (ในสูตรนี้ใช้ตราช้างทอง)

ชาผง 20 ช้อนชา (ในสูตรนี้ใช้ตรา 555)

ชาหอม 10 ช้อนชา (ในสูตรนี้ใช้ตราช้างทอง)

น้ำ 1,500 มิลลิลิตร

นมข้นหวาน 1 1/2 กระป๋อง (ในสูตรนี้ใช้ของ Falcon)

นมข้นจืด 20 ช้อนชา (ในสูตรนี้ใช้ของ Falcon)

ครีมเทียม 20 ช้อนชา

น้ำเชื่อม 25 ช้อนชา

       หมายเหตุ : ผงชาสำหรับทำชาเย็นในสูตรนี้ อลิซใช้ผงชาช้างทอง ได้แก่ ชาซีลอนสูตรพิเศษ ชาผง ตรา 555 และชาหอม มาผสมกัน วิธีการผสมชานี้ได้มาจากกูรูสอนตอนที่ไปเรียนคอร์สชงชา)

วิธีทำ

สูตรชาเย็น ชาชัก

ผสมชาทั้ง 3 อย่างเข้าด้วยกัน

หมายเหตุ : ชาทั้ง 3 อย่าง อลิซใช้ของตราช้างทองค่ะ คิดว่าผสมกันแล้วรสชาติลงตัว ได้ทั้งสีและกลิ่น เพื่อน ๆ คนไหนจะลองนำยี่ห้ออื่นมาผสมด้วยก็ไม่ว่ากันเนอะ แต่รสชาติผิดเพี้ยนไปอย่างไร อลิซไม่รับรองนะ ก็ลองผสมกันดู ปกติใช้หลายยี่ห้อ ส่วนตัวคิดว่าอันนี้โอเคสุด เป็นคนติดชามาแต่ไหนแต่ไร ถ้าว่าง ๆ จะนำมารีวิวให้ครบทั้งหมด

สูตรชาเย็น ชาชัก

คนผสมผงชาทั้งหมดเข้าด้วยกัน ลักษณะผงชาที่ได้ จะมีทั้งลักษณะที่เป็นผงละเอียดและเป็นก้านใบชาที่หยาบ ๆ

สูตรชาเย็น ชาชัก

ตวงน้ำ 1,500 มิลลิลิตร (1.5 ลิตร ซึ่งเท่ากับน้ำตราสิงห์หรือน้ำตราเนสเล่ 1 ขวด พอดี ตวงง่าย ๆ เลย) แล้วนำไปต้มให้น้ำเดือด

นำผงชาที่เตรียมไว้เทใส่ถุงกรองชา

สูตรชาเย็น ชาชัก

แล้วเทน้ำร้อนผ่านถุงกรองชาที่มีผงชาอยู่ โดยวางถุงกรองชาไว้ในกระบอกสเตนเลส (ซึ่งมีไว้สำหรับการชงชา แต่ถ้าใครไม่มีกระบอกสเตนเลสหรือมือใหม่หัดชง ก็ใช้พวกหม้อที่ใช้ตามบ้านแทนก็ได้นะ เป็นการประยุกต์ไปอีกแบบ)

สูตรชาเย็น ชาชัก สูตรชาเย็น ชาชัก

          **เทคนิคสำคัญ** ให้ เทชาสลับไปสลับมาประมาณ 12 รอบ ให้ผงชาในถุงกรองชุ่มฉ่ำ เวลาเทก็ต้องชักถุงชาขึ้นมา (ถือถุงชาให้สูงขึ้นเพื่อให้ผงชาได้สัมผัสกับอากาศด้วย กลิ่นชาและรสชาติชาจะออกมาได้ดี)

สูตรชาเย็น ชาชัก

เมื่อเทชาสลับไปสลับมาครบ 12 รอบแล้ว จึงแช่ชาทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที จากนั้นยกถุงกรองชาออก บีบน้ำชาที่เกาะอยู่ในถุงกรองชา คั้นน้ำออกมาให้หมด

สูตรชาเย็น ชาชัก

เติมครีมเทียมลงไปในน้ำชาที่พักไว้ คนผสมให้เข้ากัน

สูตรชาเย็น ชาชัก

เติมนมข้นหวาน และนมข้นจืดลงไป (เพื่อเพิ่มความมัน หรือใครจะใส่นมข้นจืดมากกว่านี้ก็ไม่เป็นไร แล้วแต่ความชอบ) ตามด้วยน้ำเชื่อม (ของอลิซใช้น้ำเชื่อมสำเร็จรูป ตรามิตรผล ถ้าใครมีขวดปั๊มก็ใช้ 10 ปั๊ม)

สูตรชาเย็น ชาชัก

คนผสมให้เข้ากันดี ชิมรสตามชอบ

สูตรชาเย็น ชาชัก

    **สำคัญ** วาง ตั้งพักไว้รอให้เย็นก่อนแล้วจึงเทใส่ขวด ก็จะได้ชาเย็นพร้อมขาย ประมาณ 1.3 ลิตร เรียบร้อยค่ะ แค่นี้ก็ได้ชาเย็นบรรจุใส่ขวด พร้อมเทขายแล้ว

สูตรชาเย็น ชาชัก

 แนวทางการสร้างรายได้

ชงชาเย็นตามสูตรข้างต้นแล้วเทเก็บไว้ในขวดอย่างดีแล้วแช่ไว้ในลังโฟม สามารถวางขายได้ตามงานเทศกาล งานโรงเรียน แหล่งชุมชน หรือหน้าโรงเรียน สร้างรายได้พิเศษได้

สำหรับร้านอาหารต่าง ๆ สามารถชงชาตามสูตรข้างต้นแล้วแช่เก็บไว้ในตู้เย็นได้เลย เวลามีลูกค้าสั่งก็สามารถเทชาเย็นเสิร์ฟได้ทันที เร็วและประหยัดเวลา แถมลูกค้ายังได้ดื่มชาเย็นที่รสชาติถูกปากคู่กับอาหารด้วย

สามารถนำสูตรนี้ไปเทใส่ขวดพลาสติกเล็กหรือขวดแก้วเล็ก ๆ พร้อมไปฝากขายตามร้านขายของชำต่าง ๆ ได้

หมายเหตุ : สูตรข้างต้นมีต้นทุนต่ำจริง ๆ นะคะ คืนกำไรได้เร็วมากด้วย สำหรับใครที่จะทำขายจริง ๆ

ไว้รอบหน้าจะมาแชร์สูตรชาเขียว กาแฟ โอเลี้ยง และเมนูอื่น ๆ นะคะ ชงไว้แต่ไม่ค่อยได้ถ่ายรูปเก็บไว้เลย

    ว้าว… อย่าเพิ่งนึกไปถึงการขายเลย แค่ได้สูตรชาเย็นเทพ ๆ ใส่ขวดเก็บไว้ติดตู้เย็น ไม่ต้องง้อโกตี๋ที่ชงทีไรไม่เคยจะอร่อยก็เพียงพอแล้ว สบายเลยจ้าทีนี้

กุยช่ายทอดกรอบ

กุยช่ายทอดมาแล้วครับกุยช่าย… เสียงพ่อค้าดังลอดผ่านลำโพงคุ้นหูที่มักจะได้ยินบ่อย ๆ เวลาอยู่บ้าน ซื้อรับประทานอยู่เป็นประจำ แต่ถ้าหากคุณมีเวลาเหลือเฟือจน อยากทำเองร้านอาหารแนะนำในสระแก้ว เรามีสูตรกุยช่ายทอดกรอบ ๆ มาฝาก วิธีทำก็ไม่ได้ยากมากมายอะไรนัก วัตถุดิบก็หาซื้อได้ง่าย ๆ ว่าแล้วก็ลงมือทำกันเลยดีกว่าครับ

สิ่งที่ต้องเตรียม

ใบกุยช่ายซอย 300 กรัม

กะเทียม สับละเอียด 5 กลีบ

แป้งข้าวเจ้า 300 กรัม (หรือประกอบอาหาร 2 ซอง)

แป้งมัน 3 ช้อนโต๊ะ

เบคกิ้งโซดา 1/4 ช้อนชา

เกลือป่น 1/2 ช้อนชา

น้ำ 1 ถ้วย

น้ำมันพืชสำหรับทอด

ซีอิ๊วดำผสมน้ำส้มสำหรับรับรับประทานคู่

วิธีทำ

1. ใส่น้ำมันเล็กน้อยลงในกระทะ ใส่กระเทียม และใบกุยช่ายลงผัดจนใบกุยช่ายนิ่ม เตรียมไว้

2.ผสมใบกุยช่ายที่ผัดไว้กับแป้งข้าวเจ้า แป้งมัน เบกกิ้งโซดา และเกลือป่น คนผสมให้เข้ากัน เติมน้ำ นวดผสมให้เข้ากัน ตักใส่ถาด

3.นำแป้งกุยช่ายไปนึ่งจนสุก (หรือมีสีใส) ประมาณ 20 นาที นำออกจากถาด ตัดเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมขนาดพอดีคำ เตรียมไว้

4.ใส่น้ำมันพืชลงในกระทะ ตั้งไฟจนร้อน ใส่กุยช่ายที่หั่นไว้ลงทอดจนกรอบทั้งสองด้าน ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน จัดใส่จาน รับประทานคู่กับน้ำจิ้ม

ซุปดอกกะหล่ำ ซดร้อน ๆ ต้านมะเร็ง สำหรับกรุ๊ปเลือด AB

ซุปดอกกะหล่ำ

อย่างที่ทราบกับว่ากรุ๊ปเลือด AB มีประสิทธิภาพในการย่อยอาหารได้ต่ำกว่ากรุ๊ปอื่น โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ หรืออาหารจำพวกโปรตีน หากรับประทานมาเกินไปจะส่งผลต่อระบบย่อยอาหาร จึงมักถูกแนะนำให้รับประทานผัก หรือเต้าหู้อยู่เสมอ ๆ โดยเฉพาะผักที่มีไฟเบอร์สูงเพื่อช่วยย่อยอาหารนั่นเอง อย่าผักโขม ผักคะน้า บรอกโคลี ดอกกะหล่ำ เป็นต้น วันนี้เราขอนำเสนอเมนูจากผักที่ไม่ใช่ผัดผัก เพราะอาจจะดูน่าเบื่อไปหน่อยกับสูตรการทำอาหารเรียกน้ำย่อยอย่างซุปดอก กะหล่ำหอม ๆ ซดร้อน ๆ ได้สุขภาพที่นอกจากจะอร่อยแล้วในดอกกะหล่ำนั้นยังมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยต้านมะเร็งได้อีกด้วย ว่าแล้วก็ไปดูสูตรกันเลยดีกว่า

สิ่งที่ต้องเตรียม

ดอกกะหล่ำสับหยาบ ๆ 1 หัว

น้ำมันมะกอก 2 ช้อนโต๊ะ

หอมใหญ่สับหยาบ 1 หัว

กระเทียมสับละเอียด 2 กลีบ

น้ำซุปไก่ 4 ถ้วย

พาร์มีซานชีสขูด 1/2 ถ้วย

เกลือป่น ปริมาณเล็กน้อยสำหรับปรุงรส

พริกไทยดำป่น ปริมาณเล็กน้อยสำหรับปรุงรส

พาสเลย์สับละเอียดสำหรับโรยหน้า

ดอกกะหล่ำลวกสุกสำหรับแต่ง

ช่อพาสเลย์สำหรับแต่ง

วิธีทำ

1. ใส่น้ำมันมะกอกลงในกระทะ นำขึ้นตั้งไฟปานกลาง ใส่หอมใหญ่ และกระเทียมลงผัดจนนิ่ม (ระวังอย่าผัดนานจนเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล) หรือนานประมาณ 5 นาที

2. ใส่ดอกกะหล่ำสับ และน้ำซุป ลดไฟอ่อน เคี่ยวจนดอกกะหล่ำนุ่ม หรือนานประมาณ 15 นาที ยกลงจากเตา พักไว้จนอุ่น

3. ตีผสมซุปด้วยตระก้อมือจนละเอียดเข้ากันดี หรือนำใส่เครื่องปั่น ปั่นจนละเอียด จากนั้นเทกลับใส่หม้อ นำขึ้นตั้งไฟอ่อน

4. ใส่พาร์มีซานชีส คนผสมให้เข้ากัน เคี่ยวจนซุปมีเนื้อเนียน ปรุงรสด้วยเกลือป่น และพริกไทยดำ ยกลงจากเตา พักไว้จนอุ่น ตักใส่ถ้วย โรยด้วยพาสเลย์สับ แต่งหน้าด้วยดอกกะหล่ำลวกสุก และช่อพาสเลย์ให้สวยงาม พร้อมรับประทาน

ไม่ใช่แค่คนที่มีกรุ๊ปเลือด AB เท่านั้นนะคะ ใคร ๆ ก็ทำรับประทานได้เพื่อสุขภาพที่ดี แถมยังช่วยให้ห่างไกลมะเร็งอีกด้วยนะคะ