ข้าวผัดตะไคร้

ส่วนผสม
ข้าวสวย 10 ทัพพี
ตะไคร้ 5 ต้น
พริกขี้หนูสวน 15 เม็ด
กระเทียม 4-5 กลีบ
หอมแดง 3-4 หัว
กะปิ 1 ช้อนชา
ขมิ้น 1 แง่ง
กุ้งแห้งป่น 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันพืช
เกลือ น้ำปลา มะนาว ผักแกล้ม เช่น แตกกวา ถั่วฝักยา มะเขือเปราะ

วิธีทำ
– ตะไคร้ซอยละเอียด กระเทียม หอมแดง กะปิ ขมิ้น เกลือนิดหน่อย โขลกให้ละเอียด
– เอาน้ำมันใส่กระทะตั้งไฟ ผัดเครื่องแกง กับตะไคร้ซอย กุ้งแห้งป่น จากนั้นจึงเอาข้าวลงผัด ปรุงรสด้วยน้ำปลา สำหรับมะนาวมีไว้ให้เติมทีหลัง กินแกล้มกับกุ้งเผา หรือปลาย่าง และผักสด

หมายเหตุ : ตะไคร้เป็นสมุนไพรเจริญธาตุไฟเช่นเดียวกัน กินแล้วให้ความอบอุ่น แก้เบื่ออาหาร มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ เหมาะสำหรับเวลาอากาศเปลี่ยนจากร้อนเป็นเย็น ตะไคร้เป็นสมุนไพรที่ไม่ร้อนเกินไป

สูตรเด็ด!!! สมุนไพรไทย…แก้โรคภูมิแพ้และหอบหืด

สูตรเด็ด!!! สมุนไพรไทย…แก้โรคภูมิแพ้และหอบหืด

ในช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงทุกวัน สำหรับคนที่เป็นโรคหอบ หืดและภูมิแพ้ พอเวลาอากาศเย็นๆอาการมักจะกำเริบ จึงขอแนะนำตำรับยาจากแดนภารตะ สำหรับคนที่ป่วยเป็นอาการเหล่านี้

สมุนไพร ประกอบด้วย ขิงแก่ หัวหอมแดง กระเทียม มะนาว และน้ำผึ้ง

วิธีทำ เริ่มจากนำเหง้าขิงมาปอกล้างให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วตำคั้นเอาแต่น้ำ หัวหอมและกระเทียม ก็ทำแบบเดียวกัน ใช้น้ำคั้นจากขิงและหอมแดงอย่างละ 2 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำคั้นกระเทียม 1 ช้อนชา น้ำมะนาว 1 ช้อนชา แล้วเติมน้ำผึ้งพอหวาน
เป็นอันสำเร็จเสร็จสิ้นตรงตามตำรา

วิธีใช้ ให้จิบกินยาที่ปรุงนี้วันละ 3 เวลา คือหลังอาหารเช้า เย็น และก่อนนอน ช่วงที่อากาศเย็นหรือมีอาการหอบหืดกำเริบมาก อาจใช้วิธีจิบกินบ่อยๆ ก็ได้

ขิง หอม กระเทียม มีรสเผ็ดร้อน มีสรรพคุณย่อยสลายส่วนเกินที่ตกค้างในร่างกายและช่วยขยายทางเดินหายใจทำให้ หายใจได้สะดวกขึ้น มะนาวนั้นช่วยลดและกัดเสมหะ ส่วนน้ำผึ้งมีคุณสมบัติซึมซาบช่วยพาตัวยาเข้าไปยังบริเวณร่างกายที่มีปัญหา

ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.thaihof.org/main/article/detail/2191
@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

สมุนไพรไทยแก้โรคภูมิแพ้และหอบหืดได้ผลดีนัก

ช่วงอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย จึงทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน เพราะในวันหนึ่งๆ มีทั้งอากาศหนาว,ร้อน,ฝนตก
ทำให้เป็นภูมิแพ้ บางท่านเป็นหนักก็จะมีอาการหอบหืด
ดิฉันมีสูตรยาสมุนไพรมาฝาก (ได้ลองกับตัวเองแล้ว)
ได้ผลดีมากๆ เพราะเวลาเป็นทรมานมากๆ จะหายใจลำบาก เวลานอนก็นอนไม่ได้เพราะหายใจไม่สะดวก
สมุนไพรที่ใช้มีดังนี้
1. หอมแดง 1 หัว (ขนาดเท่าหัวแม่มือผู้ป่วย)
2. กระเทียม (ขนาดเท่าหัวแม่มือผู้ป่วย)
3. ขิง เหมือนกับข้อ1-2
4. มะนาว 3-4 ลูก
5. น้ำผึ้ง 2-3 ช้อนโต๊ะ
หอมแดง, กระเทียม, ขิง ที่เอาเปลือกออกแล้ว โขลกรวมกัน
(ถ้ามีเครื่องปั่นก็ใช้วิธีปั่น)ให้ละเอียด
มะนาวบีบเอาน้ำ นำมาผสมรวมกันกับหอมแดง กระเทียม ขิง และน้ำผึ้ง
ป.ล. ควรทำทีละมากๆหน่อย กะปริมาณเพราะสูตรข้างบนนี้เฉพาะดื่มครั้งเดียว ถ้าทำมากเก็บแช่ตู้เย็นไว้ดื่มทุกวันดื่มเวลาไหนก็ได้วันละกี่ครั้งก็ได้ เพราะสมุนไพรมีแต่ประโยชน์ไม่มีโทษ
ตอนแรกดิฉันดื่มได้ประมาณ 1 เดือน อาการดีขึ้นมาก จากที่ต้องกินยา พ่นยา เดี๋ยวนี้ไม่ต้องใช้ยาแล้ว
ถึงจะหายถ้านึกได้ก็จะดื่มเสมอๆ

สูตรการทำจับฉ่ายกวางตุ้ง

ส่วนผสม

  1. เห็ดหอม (ตัดโคนทิ้งแล้วแช่น้ำไว้ให้นุ่ม) 150 กรัม
  2. แครอท 2300 กรัม
  3. หอยนางรม (แช่น้ำจนนิ่ม) 100 กรัม
  4. กระเทียบ (สับละเอียด) 1 หัว
  5. กะหล่ำปลี (หั่นชิ้นใหญ่ๆ) 1 หัว
  6. แปะก๊วย (หรือจะใช้เกาลัดคั่วใหม่ๆ แทนก็ได้) 1 ช้อนโต๊ะ
  7. ฟองเต้าหู้ (แช่น้ำให้นิ่มแล้วหั่นเป็นท่อน) 100 กรัม
  8. เต้าหู้ (ทอดใหม่ๆ) 100 กรัม
  9. เต้าหู้ยี้ 70 กรัม
  10. น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ
  11. น้ำเปล่า 1 ลิตร
  12. ขิงแก่ฝาน 2–3 แว่น
  13. น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  1. ตั้งกระทะใส่น้ำมัน เจียวกระเทียมและขิงแก่ จนมีกลิ่นหอม
  2. ใส่เต้าหู้ยี้ลงไปผัดให้เข้ากัน ตามด้วยกะหล่ำปลี แครอท ผัดพอเข้ากัน ใส่น้ำเปล่า เคี่ยวต่อจนเดือดจึงตักใส่หม้อตั้งไฟต่อไป
  3. ใส่เห็ดหอม หอยนางรม แปะก๊วย ฟองเต้าหู้ เต้าหู้ทอด ปรุงรสด้วยน้ำมันหอยและน้ำตาลทราย ปิดฝาหม้อ เคี่ยวด้วยไฟอ่อนประมาณ 3–4 ชั่วโมง ให้ผักสุกนุ่มตามต้องการ ตักใส่ชามเสิร์ฟร้อนๆ

เส้นใหญ่ผัดขี้เมา

เครื่องปรุง
เนื้อหมูสไลด์ 500 กรัม
ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ 1 ห่อ (907 กรัม)
ผักคะน้า 300 กรัม
กระเทียมกลีบใหญ่ 6 กลีบ
พริกสด 6 เม็ด
ซีอิ้วขาว (หรือน้ำปลา) 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันหอย 3 ช้อนโต๊ะ
ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ้วดำ 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1. เอาก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ใส่จาน นำเข้าไมโครเวฟประมาณ 3 นาที แล้วนำมายีให้เส้นแยกออกจากกัน
วิธีทำเส้นใหญ่ผัดขี้เมา 1 นำก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่เข้าไมโครเวฟประมาณ 3 นาที แล้วนำมายีให้เส้นแยกจากกัน

2. ปลอกเปลือกกระเทียม เด็ดขั้วพริก นำไปล้างน้ำให้สะอาด สะเด็ดน้ำแล้วหั่นกระเทียมและพริกให้เป็นชิ้นเล็กๆ นำไปโขลกให้แหลกพอประมาณแล้วพักไว้
วิธีทำเส้นใหญ่ผัดขี้เมา 2 นำกระเทียมและพริกมาโขลกให้แหลกพอประมาณแล้วพักไว้

3. นำผักคะน้าไปล้างน้ำให้สะอาด หั่นใบที่แก่ออก ปลอกเปลือกก้าน แล้วหั่นใบเป็นท่อนๆ ส่วนก้านนำมาหั่นเฉียงๆ บางๆ จากนั้นนำหมูสไลด์มาหั่นให้เป็นชิ้นพอดีคำ
วิธีทำเส้นใหญ่ผัดขี้เมา 3 หั่นผักคะน้าและหมูสไลด์ให้เป็นชิ้นขนาดพอดีคำ

4. เปิดเตาที่ไฟปานกลาง ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันลงไป รอจนน้ำมันร้อนก็ใส่กระเทียมและพริกที่โขลกไว้ลงไปผัดจนหอมจึงใส่หมูสไลด์ ผัดไปเรื่อยๆ จนหมูเกือบสุก
วิธีทำเส้นใหญ่ผัดขี้เมา 4 เจียวกระเทียมและพริกที่โขลกไว้จนหอม ใส่หมูสไลด์ ผัดไปเรื่อยๆ จนหมูเกือบสุก

5. ปรุงรสด้วยเครื่องปรุงต่างๆ คือ น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ ซีอิ้วขาว (หรือน้ำปลา) ซอสปรุงรส และน้ำตาลทราย ผัดให้เข้ากันจนหมูสุก แล้วจึงนำเส้นใหญ่ที่ยีไว้ใส่ลงไป
วิธีทำเส้นใหญ่ผัดขี้เมา 5 ปรุงรสด้วยน้ำมันหอย ซีอิ้วขาว ซอสปรุงรส และน้ำตาลทราย ผัดให้เข้ากันจนหมูสุก จึงใส่เส้นใหญ่ที่ยีไว้ลงไป

6. ใส่ซีอิ้วดำ ผัดให้ทั่วแล้ว จากนั้นจึงใส่ผักคะน้าและเติมน้ำมันหอยลงไปอีก 1 ช้อนโต๊ะ ผัดให้เข้ากันจนผักเริ่มสลดก็ปิดเตาและยกลงได้
วิธีทำเส้นใหญ่ผัดขี้เมา 6 ใส่ซีอิ้วดำ ผัดให้ทั่ว จากนั้นจึงใส่ผักคะน้าและเติมน้ำมันหอยลงไปอีก 1 ช้อนโต๊ะ ผัดให้เข้ากันจนผักเริ่มสลดก็ปิดเตาได้

7. ตักใส่จาน จากนั้นก็ยกเสิร์ฟได้เลยค่ะ

ตักใส่จาน จากนั้นก็ยกเสิร์ฟได้เลยค่ะ

อร่อยแบบไทยเราดอกกะหล่ำอบเครื่องเทศและชีส

ยังคงเป็นที่นิยมกันอย่างต่อเนื่องเลยนะคะกับ กระแสการกินอาหารคลีนเพื่อ สุขภาพ ใน โลกโซเซียลมีเดียตอนนี้ ก็มีคนแห่แชร์สูตรอาหารคลีน และรูปภาพอาหารคลีนกันให้เห็นอยู่บ่อย ๆ ก็แหม ! เดี๋ยวนี้คนหันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้นกว่าเดิม ก็เลยทำอาหารกินเองกันมากขึ้น ไหนจะอาหารคลีนที่เอามาแชร์กันแต่ละสูตร ก็น่ากินซะจนอยากจะลองทำตาม สูตรอาหารคลีนก็เลยผุดขึ้นมาราวกับดอกเห็ด การกินอาหารคลีนสมัยนี้ก็เลยไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปแล้ว

ดอกกะหล่ำอบเครื่องเทศและชีส

อีกหนึ่งเมนูจากดอกกะหล่ำที่สามารถนำมาทำเป็นของว่างได้ง่ายมาก ๆ กรอบ อร่อย มีประโยชน์ แถมเมนูดอกกะหล่ำจานนี้ยังมีแคลอรี่ต่ำอีกด้วยนะจ๊ะ

ส่วนผสม

 ดอกกะหล่ำ หั่นเป็นดอกเล็ก ๆ 1 หัว

 น้ำมันมะกอก

 เกลือโคเชอร์ หรือเกลือป่น

 พริกไทยดำ

 ผงหัวหอมป่น

 ผงกระเทียมป่น

 พาร์มีซานชีส

วิธีทำ

ใส่ ดอกกะหล่ำลงในถาดสำหรับอบ จากนั้นโรยส่วนผสมที่เหลือทั้งหมดลงไปยกเว้น พาร์มีซานชีส จากนั้นก็นำไปอบที่อุณหภูมิ 425 องศาฟาเรนไฮท์ ประมาณ 20 นาที นำออกจากเตา แล้วโรยพาร์มีซานชีสอบต่ออีกประมาณ 10 นาที นำออกจากเตา พร้อมเสิร์ฟ

สเต็กญี่ปุ่นสไตล์เทปันยากิ (Saikoro Steak サイコロステーキ)

สเต็กญี่ปุ่นสไตล์เทปันยากิ(Saikoro Steak サイコロステーキ) เมนูสุดฮิตของร้านบุฟเฟ่ต์ เป็นอาหารที่ทำง่าย ใช้เวลาไม่นาน ใช้เครื่องปรุงไม่มาก เด็กๆ ก็ชอบ เมนูนี้ต๊ะกับซาดาโอะชอบสั่งเวลาไปร้านบุฟเฟต์อาหารญี่ปุ่น หรือร้านเทปันยากิในกรุงเทพ (ก็เกือบสิบปีแล้วนะ) ตอนนี้ต๊ะไม่ค่อยมีโอกาสไปกินอาหารบุฟเฟ่ต์เท่าไหร่ (เว้นเสียแต่เป็นงานแต่งงาน หรืออาหารเช้าในโรงแรม)  นอกจากเวลา และงบในกระเป๋าจะไม่อำนวยแล้ว พุงที่พุ่งไปถึงเกาหลีก็ทำให้ต๊ะกับซาดาโอะ และอาหารบุฟเฟ่ต์กลายเป็นแค่คนเคยสนิทไปแล้วล่ะค่ะ
ช่วงนี้ถ้าอยากกินสเต็กก็ต้องทำกินเอง แต่ด้วยความที่เป็นอาหารที่ทำง่าย เมนูนี้ต๊ะก็ทำบ่อยเหมือนกันค่ะ เพราะชอบกินเนื่้อ ใครไม่ชอบกินเนื้อจะใช้หมู เนื้อแกะ เนื้อแพะ หรือเต้าหู้ก็ได้ค่ะ แต่ส่วนตัวแล้วต๊ะคิดว่าเนื้อวัวเนียล่ะ สุดยอดแล้ว
Saikoro Steak サイコロステーキ ในภาษาญี่ปุ่นหมายถึงสเต็กลูกเต๋า มีที่มาจากหน้าตาของสเต็กที่เป็นสี่เหลี่ยม และมีขนาดเท่าๆ กับลูกเต๋านั่นเองค่ะ สเต็กสูตรนี้ไม่ต้องหมัก และไม่ต้องนวด แค่หั่นเนื้อเป็นลูกเต๋า แล้งปรุงรสด้วยเกลือพรืกไทย เอาไปย่างกระทะ แค่นี้เราก็ได้สเต็กเนื้อนุ่มๆ หอมเนย กระเทียม ไว้ทานกับครอบครัวแล้วล่ะค่ะ
คนญี่ปุ่นส่วนมากจะนิยมกินสเต็กกับข้าว ต๊ะไม่ใช่คนญี่ปุ่นแต่ก็กินกับข้าวเหมือนกัน เพราะเนื้อมันแพงกว่าจะกินอิ่มสงสัยต้องกินเป็นกิโล ซอสที่ใช้กินกับสเต็กเป็นซอสพอนสึ ทำจากซีอิ้วญี่ปุ่น ใส่มิริน ใส่นํ้าเลมอน รสชาติเค็มเปรี้ยว ถ้าไม่มีและไม่อยากทำ จะใช้โชยุอย่างเดียว หรือโรยเกลือ พริกไทย ก็อร่อยแล้วล่ะค่ะ
เอาล่ะค่ะตามมาดูสูตรสเต็กญี่ปุ่นสไตล์เทปันยากิ(Saikoro Steak サイコロステーキ) ที่ต๊ะทำกินกับซาดาโอะ และโคชิดีกว่า อร่อยนะคะ
ส่วนผสม

เนื้อวัว 200 กรัม
เกลือ และพริกไทยเล็กน้อย
กระเทียมจีน 3-4 กลีบ สไลด์บางๆ
นํ้ามัน 2 ช้อนโต๊ะ
เนย 1/2 ช้อนชาหัวไชเท้าขูดเล็กน้อย

(ซอสพอนสึ)
โชยุ 5 ช้อนโต๊ะ
Mizkan Rice Vinegar 2 ช้อนโต๊ะ
นํ้าเลมอน 1 ช้อนโต๊ะ
มิริน 1 ช้อนชา
ต้นหอมซอยนิดหน่อย
วิธีทำ
1. หั่นเนื้อเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าขนาดประมาณ 1 นิ้ว โรนเกลือ พริกไทยให้ทั่ว ถ้าใครตาดีจะเห็นว่าวันนี้ต๊ะไม่ได้ใช้เนื้อทำ ถูกต้องค่ะมันคือเศษเนื้อที่เอามาอัดเป็นก้อน ต๊ะไม่ได้อ่านฉลากดีๆ เห็นมันราคาถูกก็เลยรีบหยิบ กลับมาถึงบ้านถึงรู้ว่าพลาด ทำเสร็จออกมารสชาติแน่นอนว่าไม่เหมือนเอาเนื้อคุณภาพสูงมาทำ แต่ก็ยังอร่อย เสียแต่ว่ามันเยิ้มไปหน่อย
2. ตั้งกระทะใส่นํ้ามัน ใส่กระเทียมลงเจียวให้เหลือง ต๊ะหากระเทียมสดไม่ได้ ใส่กระเทียมแห้งก็เลยใส่เยอะหน่อย ถ้าใช้กระเทียมสดใส่ตามสูตรนะคะ
3. ตักกระเทียมออก ไม่ต้องทิ้งนํ้ามัน ใส่เนื้อลงไปย่าง แล้วตามด้วยเนยค่ะ
4. ย่างเนื้อพอสุก แล้วตักใส่จาน เสริ์ฟกับหัวไชเท้าขูด แล้วราดซอสพอนสึลงไป เวลาขูดหัวไชเท้าอย่าลืมบีบนํ้าออกด้วยนะคะ ลองทำกันดูค่ะ

ผัดหมี่ซั้วเซี่ยงไฮ้ร้านอาหารในสระแก้วมีมากมาย

สูตรการทำ “ผัดหมี่ซั้วเซี่ยงไฮ้”

ส่วนผสม

 

  • เส้นหมี่เซี่ยงไฮ้  150  กรัม
  • กุ้งแชบ๊วย  8-10  ตัว
  • กระเทียมบุบ  1-2  กลีบ
  • เห็ดหอมหั่นบาง  3-4  ดอก
  • ถั่วงอก  1  ถ้วย
  • ต้นหอมหั่นเป็นแท่งยาว  3  ต้น
  • กระหล่ำปลี แครอท ซอยบาง เล็กน้อยหรือตามชอบ
  • น้ำมันสำหรับผัด
  • ซีอิ้วขาวขาวเล็กน้อย

วิธีทำ

  1. ลวกเส้นหมี่เซี่ยงไฮ้พอสุก ตักขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ
  2. ปอกเปลือกกุ้งและรวนพอสุกตักขึ้นพักไว้
  3. เจียวกระเทียมกับน้ำมันพอหอม ใส่กะหล่ำปลี แครอท ถั่วงอกลงไปผัดพอสลด ใส่เส้นลงไปผัดให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยซีอิ้วขาวเล็กน้อย ตักขึ้นพักไว้

ซอสราดหน้า

ส่วนผสม

  • หอมแดงสับละเอียด 3-4 ช้อนโต๊ะ
  • กระเทียมสับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
  • รากผักชีสับละเอียด 3 ราก
  • พริกชี้ฟ้าสับละเอียด 2 เม็ด
  • น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำพริกเผา 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำสต็อกไก่ 1/4 ถ้วย
  • น้ำมันงา 2 ช้อนชา

วิธีทำ

หอมแดง กระเทียม รากผักชี พริกชี้ฟ้าสับรวมกันจนละเอียด ผัดกับน้ำมันจนหอม (ใช้ไฟอ่อน ) เติมน้ำสต็อกผัดให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยน้ำพริกเผา น้ำมันหอย ซีอิ้วขาว น้ำมันงา ผัดจนแห้งขลุกขลิก นำกุ้งที่รวนไว้ลงไปคลุก ตักราดบนเส้นหมี่ที่ผัดไว้

 

แกงพะแนงกุ้ง อีกเมนูหนึ่งที่น่าสนใจ

ใคร หลงเสน่ห์แกงไทยกลิ่นหอม ๆ สีสันสวย ๆ อย่างแกงพะแนงบ้าง เสน่ห์อยู่ที่น้ำพริกแกงสุดหอมพอนำไปผัดกับเนื้อสัตว์แล้วใส่กะทิเพิ่มความ กลมกล่อม นึกภาพตามแล้วก็หิวสิคะแบบนี้ วันนี้เราก็มีวิธีทำแกงพะแนงมาฝาก สูตรนี้เป็นแกงพะแนงกุ้ง เผื่อใครเบื่อเนื้อหมูแล้วก็ลองเปลี่ยนมาเป็นกุ้งดู เป็นสูตรเด็ดมาจาก ร้านอาหารในสระแก้ว ร้านหนึ่งหลังจากที่ได้มีโอกาสไปลองทานมา เมนูนี้มีสันสันดูสดใส แต่รสชาติจะเป็นอย่างไร ลองจดสูตรแล้วเข้าครัวกันเลยจ้า
สิ่งที่ต้องเตรียม

กุ้งสด

กะทิ 1 ถ้วย

น้ำพริกแกงพะแนง 3 ช้อนโต๊ะ

น้ำปลา 2-3 ช้อนชา

น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ

มะเขือพวง

ใบมะกรูดหั่นฝอย

พริกชี้ฟ้าแดงหั่นฝอย
วิธีทำ

 1. ล้างกุ้ง แกะเปลือกเด็ดหัวเหลือหาง ผ่าหลังดึงเส้นดำออก ใส่จาน เตรียมไว้

 2. เคี่ยวกะทิ 1/2 ถ้วยด้วยไฟกลางจนแตกมันเล็กน้อย ใส่น้ำพริกแกงพะแนงลงผัดจนมีกลิ่นหอมและมีมันสีแดงลอยหน้า จึงใส่กะทิที่เหลือผัดให้เข้ากันทั่ว

 3. ใส่กุ้งผัดพอสุก ใส่มะเขือพวง ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บและน้ำปลา พอเดือดใส่ใบมะกรูดและพริกขี้ฟ้าแดง

 4. เสร็จเรียบร้อย ตักใส่จาน โรยหน้าด้วยใบมะกรูดฝอยอีกสักหน่อย ก็พร้อมเสิร์ฟค่ะ

 

น้ำมันมะพร้าว น้ำมะพร้าว กะทิ อย่างไหนดีกับสุขภาพที่สุดนะ

น้ำมะพร้าว

น้ำมะพร้าว กะทิ น้ำมันมะพร้าว ก็มาจากมะพร้าวเหมือนกัน แต่เราใช้อย่างไหนถึงจะดีต่อร่างกายที่สุด ไปคลายข้อสงสัยข้อนี้กันค่ะ

เรานำมะพร้าวมาใช้ในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการนำน้ำมะพร้าวมาดื่มเพื่อความสดชื่น สกัดน้ำมันมะพร้าวออกมาใช้บำรุงผิวพรรณ รับประทานเพื่อสุขภาพ และคั้นกะทิออกมาใช้ทำอาหารหรือขนมต่าง ๆ ส่วนเนื้อก็นำไปทำเป็นขนมได้เช่นกัน เช่นเดียวกับเปลือกที่ใช่ว่าเราจะปล่อยทิ้งให้เปล่าประโยชน์ เพราะก็มีหลายคนนำเปลือกมะพร้าวมาใช้ในการทำสวนหรือทำเป็นสิ่งของเครื่อง ประดับต่าง ๆ

แต่ ว่าเคยสงสัยกันไหมคะว่า เจ้าน้ำมะพร้าว น้ำมันมะพร้าว กะทิ นี่มันมีสรรพคุณแตกต่างกันอย่างไร ก็ในเมื่อมันก็ออกมาจากมะพร้าวเหมือนกัน ซึ่งเรื่องนี้เว็บไซต์ wellnesstoday.com ได้นำมาอธิบายเอาไว้แล้วล่ะค่ะ ไปดูกันเลยดีกว่าว่าของเหลวจากมะพร้าวทั้งสามชนิดนี้แตกต่างกันอย่างไรบ้าง

น้ำมะพร้าว

น้ำมะพร้าว

น้ำมะพร้าวเป็นเครื่องดื่มที่นิยมกันมานาน เพราะจะมีอะไรทำให้สดชื่นในเวลาเหนื่อย ๆ ได้ดีเท่าน้ำมะพร้าวอีกล่ะ ซึ่งในปัจจุบัน น้ำมะพร้าวก็ยังเป็นเครื่องดื่มที่ฮิตกันในหมู่คนที่ชอบออกกำลังกายและเล่น โยคะ เพราะในน้ำมะพร้าวมีแร่ธาตุและเกลือแร่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นโพแทสเซียมที่มากกว่ากล้วยหอมลูกขนาดกลางถึง 2 เท่า ระดับโซเดียมที่ดีต่อสุขภาพ แคลเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส และสังกะสี

แต่ก็อย่ามัวแต่มองว่ามันมีประโยชน์เพียงอย่างเดียวนะคะ เพราะน้ำมะพร้าวเพียงหนึ่งแก้ว (ประมาณ 237 มิลลิลิตร) ก็ให้พลังงานถึง 45 แคลอรี่ ดังนั้นถึงจะดื่มได้ แต่ก็อย่าดื่มเยอะเกินไปนะคะ ไม่งั้นล่ะอ้วนแน่ ๆ เลย

ขนมหวาน

กะทิ

กะทิ เป็นวัตถุดิบที่จำเป็นสำหรับการทำอาหารและขนมไทยหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น มัสมั่น แกงเผ็ด ต้มกะทิต่าง ๆ หรือแม้แต่ขนมหวาน อย่างเช่น แกงบวดต่าง ๆ ถึงแม้ว่ามันจะทำให้อาหารหอม มัน น่ารับประทาน แต่เจ้ากะทินี้ดูเหมือนจะไม่ค่อยดีต่อสุขภาพเท่าไร เพราะไขมันที่อยู่ในกะทิ เป็นไขมันอิ่มตัว และไขมันชนิดนี้ก็เป็นไขมันที่เราควรหลีกเลี่ยงอย่างยิ่ง

โดยกะทิเพียงหนึ่งถ้วยก็ให้ปริมาณแคลอรี่ถึง 445 แคลอรี่ และมีไขมันถึง 48 กรัม แต่ก็ไม่ใช่ว่ามันจะไม่มีประโยชน์เสียทีเดียว เพราะยังมีการถกเถียงกันอยู่ว่าไขมันที่อยู่ในกะทิก็สามารถช่วยทำให้ความดัน ในเลือดลดลงได้เช่นกัน แต่ก็ยังไม่มีข้อสรุปที่ยืนยันได้ ดังนั้นทางที่ดีก็รับประทานกะทิให้น้อย ๆ หน่อยจะดีกว่านะคะ

น้ำมันมะพร้าว

ถ้าจะบอกว่าน้ำมันมะพร้าวเปรียบเสมือนน้ำพุแห่งความอ่อนเยาว์ก็คงไม่ผิด เพราะน้ำมันมะพร้าวมีสรรพคุณเกี่ยวกับความงามมากมาย ทั้งบำรุงผิวพรรณให้อ่อนเยาว์ ใช้หมักผมก็ทำให้ผมเงางามและอื่น ๆ ซึ่งน้ำมันมะพร้าวก็เหมือนกับกะทิคือสกัดมาจากเนื้อมะพร้าว แต่น้ำมันมะพร้าวนั้นสามารถเก็บไว้ได้นานถึง 2 ปี โดยไม่เน่าเสียต่างจากกะทิที่เก็บไว้ไม่ได้นาน และถึงแม้น้ำมันมะพร้าวก็มีไขมันอิ่มตัวที่ไม่ค่อยดีกับสุขภาพนัก แต่มันก็เป็นส่วนผสมชั้นเลิศของอาหารหลายชนิดเช่นกัน เอาเป็นว่ารับประทานน้ำมันมะพร้าวแต่น้อยจะดีกว่าค่ะ

ผลิตภัณฑ์ จากมะพร้าวทั้ง 3 ชนิดก็มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันไป อยู่ที่ว่าเราจะเลือกใช้อย่างไร ซึ่งถ้าหากเราเลือกกินเลือกใช้ในปริมาณที่เหมาะสมละก็ รับรองว่าได้รับผลดีต่อสุขภาพอย่างแน่นอน

การทำหูฉลามที่ร้านอาหารแนะนำในสระแก้ว

ประสบการณ์ในการทำหูฉลามที่ร้านอาหารแนะนำในสระแก้วโดยเริ่มต้นจากการเรียนรู้ด้วยตัวเองจนเป็นที่ร่ำลือจึงมาเปิดเป็นร้านอยู่ที่เชียงใหม่แลนด์แห่งนี้ โดยหูฉลามที่นำมาขายอยู่ในร้านนั้นจะผ่านการคัดสรรอย่างดี

หูฉลามเกรดต่างๆ มีที่คุณภาพตรงตามมาตรฐานที่วางไว้ นอกจากในเรื่องของหูฉลามแล้วที่ร้านยังมีเมนูอื่นๆ ให้เลือกรับประทานกันอีกมากมาย เช่น สลัดกุ้งทอด, ขาห่านอบหมี่, ลิ้นเป็ดพะโล้ ที่รอให้ทุกท่านไปลองสัมผัสกันอยู่ สำหรับท่านที่ต้องการบรรยากาศการรับประทานอาหารอย่างเป็นส่วนตัวก็ไม่มีปัญหา เพราะว่าที่นี่เค้ามีห้องส่วนตัวไว้รองรับแขกที่มาเยือนโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมแต่อย่างใด